พระพิฆเณศ
รูปพระพิฆเนศ
อ่านเรื่องเทพเจ้าของพราหมณ์-ฮินดูได้อีกมากมาย!!
ท่องแดนเทพ
โดย โสรัจจะ
ขอบคุณเนื้อหาจาก นิตยสารกุลสตรี ฉบับที่ 2456 ปีที่ 48
1.

แม้จะเกิดในดินแดนที่เป็นส่วนผสมของอิทธิพลด้านวัฒนธรรมของอินเดียและจีน หากต้องยอมรับว่าไม่ใฝ่รู้เรื่องราวของประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งสองอย่างลึกซึ้ง นอกเสียจากตำราเรียนผิวเผิน ในวัยเด็ก ปู่ชอบพาไปชมภาพยนตร์อินเดีย ยุคนั้น สถานีโทรทัศน์ของไทยนำภาพยนตร์อินเดียมาฉายด้วย พระเอกนางเอกร้องรำทำเพลง ยักคอยักไหล่ วิ่งหลบอยู่หลังต้นไม้ เสียง "นารายณ์ นารายณ์" ยังติดหู ดาราเด่นคือ นีรู ปารอย และ ราเชน กุมาร เมื่อโตขึ้นหันไปหาวัฒนธรรมตะวันตก ภาพยนตร์อินเดียดูเชยไปเสียแล้ว

บ้านอาอยู่ติดกับวัดแขก สีลม จึงเคยคุ้นกับวัดแขก หากไม่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด อาสะใภ้ไปไหว้พระแม่อุมาอยู่เนืองๆ เคยตามเข้าไปไหว้นับครั้งได้ ครั้งนั้นไม่ทราบว่าพระแม่อุมามีหลายภาคเช่นเดียวกับพระแม่กวนอิม ได้รับการบอกเล่าว่าพระแม่กาลีและพระแม่กวนอิมภาคพันมือเป็นปางปราบมาร จึงคิดว่าท่านคงจะดุร้าย และเกิดความกลัวอยู่ลึกๆ ต่อเมื่อได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด จึงตระหนักว่า "พระแม่" แต่ละองค์แต่ละภาคมีบทบาทต่างกัน และทรงเมตตาปรานีต่อผู้กราบไหว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง และแม้ไม่เคยกราบไหว้บูชา ท่านก็ยังมาโปรดผู้กำลังตกอยู่ในทุกข์สาหัส เพื่อนคนหนึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของลูกตั้งแต่ลูกเกิด ความทุกข์ของผู้เป็นแม่ที่เฝ้าอุ้มชูดูแลจนลูกเติบใหญ่นั้นใหญ่หลวงนัก เมื่ออาการของลูกหนักสาหัส เพื่อนฝันว่ามีผู้หญิงสวมชุดสีขาวลอยลงมาจากฟ้า เธอไม่ทราบว่ามีความหมายอย่างไร จวบจนมีผู้บอกให้บูชาพระแม่กวนอิม เมื่อไปพบปะประจำปีที่บ้านเธอ พบว่าเธอมีพระแม่กวนอิมหลายองค์หลายภาค เป็นความแปลกใหม่ที่ได้เห็น

งานประจำปีของวัดแขกเป็นสิ่งที่ชาวบ้านแถบถนนสีลม สาธร และบริเวณใกล้เคียงต่างรอคอย ในวันที่มีการแห่พระแม่ จะตั้งโต๊ะบูชาริมถนนรับขบวนแห่ ในแต่ละปี "พระแม่" ผลัดกันมาทรงร่างทรง เพื่อนสาวเชื้อสายจีนคนหนึ่งทำมาหากินในย่านใกล้เคียง จะไปเฝ้าชมการแห่พระแม่ทุกปี ในปีหนึ่ง เธอเล่าว่าพระแม่ทุรคาเสด็จ และเอื้อมหัตถ์มาให้ทั้งๆที่เธอไม่ได้อยู่แถวหน้า เธอปลื้มไปตลอดปี ถือว่าพระแม่ประทานพรให้

ไม่เคยไปชมการแห่พระแม่ หากรู้ได้ว่างานแห่พระแม่สิ้นสุดลงแล้วเมื่อขับรถไปทำงาน และพบว่าถนนสีลมเต็มไปด้วยดอกดาวเรืองและขยะอื่นๆ เทศบาลมาเก็บกวาดไม่ทัน เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ย่านตะวันออกของกรุงเทพฯอุดมไปด้วยน้ำอยู่ ๔-๕ เดือน และกลายเป็นความบันเทิงของชาวไทยที่จะนั่งรถประจำทางไปชมน้ำท่วมแถวนั้น ครั้งนั้น ชาวบ้านนำเรือออกมาบริการมนุษย์เงินเดือน รถทหารและรถของหน่วยงานใหญ่ต่างออกรับส่งชาวกรุง ทุกข์ยากสาหัสสากรรจ์เป็นอย่างยิ่ง ในปีนั้น ต้องอพยพไปนอนที่บ้านอาอยู่หลายเดือน พอย่างเข้าเดือนตุลาคม มีงานวัดแขกหรือที่มีชื่อเต็มว่า วัดพระศรีมหาอุมาเทวี ช่วงนั้นไม่เป็นอันนอนเพราะได้ยินแต่เพลงสวด เมื่อถึงวันแห่พระแม่ ได้ยินเสียงกลองตีเป็นระยะๆ ฟังระทึกและขลัง นึกถึงพระแม่อุมาและพระแม่กาลีแล้วเกิดความหวาดกลัวอยู่ลึกๆโดยไม่สามารถ อธิบายได้ หลังจากวันงาน จึงเข้าไปไหว้พระแม่อุมาเพื่อขออภัยหากได้เคยคิดหรือกล่าววาจาล่วงเกิน ครั้งนั้น อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองเข้าไปด้านใน พระแม่อุมาดูน่ากลัวมากกว่างามตา เป็นภาพที่ติดตาจนเมื่อเดินทางกลับจากอินเดีย แล้วไปไหว้พระแม่อุมาอีกครั้งหนึ่ง พบว่าพระแม่งามมาก ไม่ใช่ภาพที่เคยเห็นและตราตรึงในความคิด จึงตระหนักว่าเข้าไปขออภัยพระแม่กาลี พระแม่จึงปรากฏองค์ให้เห็นแทนที่พระแม่อุมา

ในวัดพระศรีมหาอุมาเทวีนั้น นอกจากพระแม่อุมาแล้ว ยังมีพระแม่กาลี พระพิฆเนศ พระขันธกุมาร และพระศิวะ การถวายของบูชามักใช้พวงมาลัยดาวเรืองล้วนๆ หรือร้อยสลับกับดอกกุหลาบ อาจแถมลูกมะนาวด้วย ที่ขาดไม่ได้คือมะพร้าว หากเมื่อไม่กี่ปีนี้มีข่าวว่าระหว่างพิธีกรรมในเทวสถานแห่งหนึ่งในอินเดีย พระพิฆเนศทรงดื่มนมที่มีผู้ถวาย น่าอัศจรรย์จริง นักวิทยาศาสตร์อาจแย้งว่าเทพองค์ดังกล่าวทำด้วยหินซึ่งสามารถซึมน้ำได้ หากผู้บูชาพระพิฆเนศจะพากันถวายนมด้วย ที่วัดพระศรีมหาอุมาเทวี ใช้น้ำนมสรงพระศิวะ เชื่อว่าคงจะทำอย่างเดียวกันกับเทพอื่นๆในศาสนาฮินดู

วันเวลาผ่านไป บางครั้งมีความทุกข์ คิดอยู่ประการเดียวว่าอยากไปกราบพระแม่กวนอิม ด้วยว่าได้รับการบอกเล่าว่าพระแม่ช่วยปลดเปลื้องได้ หากได้แต่คิด เพราะไม่เคยทราบเลยว่าที่ไหนมีพระแม่กวนอิมให้กราบไหว้บูชาบ้าง ทั้งๆที่เคยคุ้นกับวัดเล่งเน่ยยี่และโรงพยาบาลเทียนฟ้า มาทราบในภายหลังว่าทั้งสองแห่งนั้นมีพระแม่กวนอิมด้วย

สังเกตว่านอกจากในศาสนาพุทธและฮินดูแล้ว พระแม่มีบทบาทสำคัญในคริสต์ศาสนาด้วย อดแปลกใจไม่วาย พระเยซูเป็นศาสดา หากคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาธอลิกบูชาพระแม่มารีเป็นหลัก จึงมีผู้สันนิษฐานว่า พระแม่กวนอิม พระแม่อุมา และพระแม่มารี เป็นองค์เดียวกันแต่ในภาคต่างกัน โปรดสัตว์ในแว่นแคว้นที่ต่างกัน การมีโอกาสไปชมโบสถ์ต่างๆในฝรั่งเศส พบว่าหลายโบสถ์มีพระแม่มารีสีดำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิหารโนเทรอะ-ดาม เดอ ชาร์ทร์ (Notre-Dame de Chartres) ทราบว่าในโบราณกาล มีลัทธิที่บูชาพระแม่มารีสีดำ ทำให้นึกถึงพระแม่กาลีที่มีสีดำเช่นกัน จึงคิดว่าน่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันบ้าง ดูแต่เทพใน Mythology ตำนานเทพของกรีก มีเทพที่สอดคล้องกับเทพของอินเดีย อยากเชื่อว่า Zeus เทพเจ้าใหญ่สุดของกรีกคือองค์เดียวกับ Shiva พระศิวะของอินเดีย เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีผู้เชื่อว่าศาสนาทุกศาสนามาจากรากเหง้าเดียวกัน ที่แตกหน่อและมีพิธีกรรมที่ต่างกันตามดินแดนแต่ละทวีป ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่น เป็นสมมติฐานที่น่าจะเป็นไปได้ ด้วยว่าทุกศาสนาต่างสอนให้กระทำความดี ละเว้นความชั่วเป็นหลักสำคัญ ต่างกันที่ข้อปลีกย่อย

ชาวจีนกราบไหว้บูชาพระแม่กวนอิม ในวัดจีนนอกจากมีพระพุทธเจ้าสามองค์ตามความเชื่อของชาวพุทธนิกายมหายานแล้ว ยังมีพระแม่กวนอิม มีทั้งพระแม่ประทานพรและพระแม่พันมือ รวมทั้งพระแม่ภาคอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีเทพของลัทธิเต๋าอีกด้วย พ่อค้าขายผักคนหนึ่งห้อยพระศิวะ พระแม่อุมา และมีพระพิฆเนศองค์ย่อมตั้งบนแผงผัก เป็นพระพิฆเนศที่สมบูรณ์อ้วนกลม แสดงว่าการทำมาค้าขายเป็นไปด้วยดี ชาวไทยตั้งนางกวักเพื่อกวักเรียกลูกค้าเข้าร้าน นอกจากนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงก็เป็นที่นิยมบูชาในหมู่ผู้ค้าขายเช่นกัน ชาวไทยเปิดรับวัฒนธรรมรอบด้าน จึงเห็นร้านค้าบางแห่งมีแมวญี่ปุ่นนั่งกวักมืออยู่

ศาสนาพราหมณ์แพร่เข้าในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย และมาเด่นชัดในสมัยอยุธยา ราชสำนักต้องมีพราหมณ์เพื่อประกอบพิธีมาจนทุกวันนี้

พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สนพระทัยเรื่องราวของอินเดีย และทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมสันสกฤตหลายเรื่อง เช่น นารายณ์สิบปาง มัทนะพาธา ศกุนตลา เป็นต้น ทรงกำหนดให้พระพิฆเนศเป็นตราเครื่องหมายของวรรณคดี ในภายหลังกลายเป็นตราของกรมศิลปากร

เทพฮินดูที่ชาวไทยบูชามากเป็นพิเศษคือพระพิฆเนศและพระพรหม ศาสนาฮินดูมีหลายลัทธิ แต่ดูเหมือนว่าทุกลัทธิจะให้ความสำคัญแก่พระพิฆเนศเสมอกัน พระพิฆเนศเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการ (จะมีสองกร ถือคัมภีร์และมีงาหัก) และเป็นเทพที่ขจัดอุปสรรค ผู้ใดต้องการประสบความสำเร็จจึงมักบูชาพระพิฆเนศ นอกจากนั้นยังเป็นเทพที่คุ้มครองเด็กด้วย ดังจะเห็นจากรูปพระพิฆเนศกับพระบิดาคือพระศิวะ และพระมารดาคือพระแม่อุมา

อสูรและรากษสได้รับพรจากพระศิวะ จึงก่อกวนสร้างความเดือดร้อน พระอินทร์และเทวดาทั้งปวงจึงทูลอ้อนวอนพระศิวะเพื่อขอให้สร้างเทพผู้ที่จะ ขจัดความข้องขัด พระศิวะทรงแบ่งภาค เกิดบุรุษร่างงามในครรภ์ของพระนางปารวตี และตั้งพระนามว่าวิฆเณศวร

เพื่อทำหน้าที่ขัดขวางมิให้อสูรและพวกทำพิธีขอพรจากพระศิวะและอำนวยความสะดวกแก่ เทวดาและผู้ประกอบกรรมดีให้ประสบความสำเร็จ บ้างก็ว่าพระนางปารวตีทรงปั้นเหงื่อไคลออกมาเป็นพระพิฆเนศ และให้เฝ้าประตู เมื่อพระศิวะเสด็จมาถึง พระพิฆเนศเข้าขัดขวางมิให้เข้าไป พระศิวะทรงพิโรธ จึงขว้างตรีศูลตัดเศียรโอรส เป็นเหตุให้เกิดการสู้รบระหว่างเทพและเทพีในสรวงสวรรค์ ร้อนถึงฤๅษีตนหนึ่งต้องมาไกล่เกลี่ย พระนางปารวตีขอชีวิตโอรสคืน พระศิวะจึงสั่งให้เทวดาไปทางทิศเหนือและตัดศีรษะของสิ่งที่มีชีวิตสิ่งแรก ที่พบ ได้เศียรช้างงาเดียวมา เมื่อพระพิฆเนศฟื้นขึ้น ก็เข้าขอขมาพระบิดา พระศิวะจึงอวยพรให้พระพิฆเนศมีอำนาจเหนือเหล่าเทพ

พระพรหมเป็นหนึ่งในสามเทพสูงสุด อันมีพระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์ พระพรหมเป็นผู้สร้างโลก ในขณะที่พระนารายณ์หรือพระวิษณุเป็นผู้คุ้มครอง และพระศิวะเป็นผู้ทำลาย พระพรหมเป็นผู้กำหนดโชคชะตาของมนุษย์ กำเนิดของพระพรหมมีหลายตำนาน บ้างก็ว่ากำเนิดจากสะดือของพระวิษณุขณะบรรทมหลับบนหลังพระยาอนันตนาคราชใน เกษียรสมุทร บ้างก็ว่าเกิดจากสีข้างของพระวิษณุเมื่อครั้งพระวิษณุต้องการสร้างโลก

มเหสีของพระพรหมคือพระสุรัสวดี เทวีแห่งความรู้ ตามคัมภีร์โบราณ พระพรหมสร้างพระสุรัสวดี และได้ประทานคัมภีร์อักษรเทวะนาครีและภาษาสันสกฤต พระนางได้ศึกษาจนแตกฉาน มีความสามารถเหนือผู้อื่นในสรวงสวรรค์ บางตำนานว่าพระสุรัสวดีเป็นเทพธิดาแห่งน้ำ มหาภารตะบ่งว่าพระสุรัสวดีเป็นผู้ให้กำเนิดน้ำบริสุทธิ์แก่โลกมนุษย์ (แม่น้ำสายหนึ่งในอินเดียชื่อ สรัสวดี ถือเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ดุจเดียวกับแม่น้ำคงคา)

ชาวไทยกราบไหว้พระพรหม พระพรหมที่โรงแรมเอราวัณมีชื่อเสียงทั่วเอเชีย ญาติสาวฮ่องกงเคยฝากมาไหว้ นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านมีรายการมาไหว้พระพรหมที่โรงแรมเอราวัณด้วย

2.

ชาวอินโดจีนเชื้อสายจีนในฝรั่งเศสตั้งวัดขึ้นสองแห่งในเขต ๑๓ (13 eme arrondissement) ของกรุงปารีส แห่งแรกตั้งโดยชาวแต้จิ๋วในฝรั่งเศส พระพุทธรูปบูชามี ๓ องค์ใหญ่ คือ พระพุทธชินราช และพระแก้วมรกตอยู่ซ้ายขวา พระขนาดใหญ่มากอีก ๒ องค์ ตั้งอยู่ต่างหาก คือ พระแม่กวนอิม และตี่ฉั่งอ๊วง เทพผู้ชั่งความดี ความเลวของผู้ตายเพื่อนำไปสู่สวรรค์หรือนรก ทำให้นึกถึง แซงต์ มิเชล (Saint Michel) ในศาสนาคริสต์ และท้าวเวสสุวรรณซึ่งมีบทบาทเดียวกัน วัดอีกแห่งหนึ่งตั้งโดยชาวอินโดจีน พระยูไลจากจีนองค์กะทัดรัดเป็นพระประธาน พระแม่กวนอิมอยู่อีกด้านหนึ่ง ที่สะดุดตาคือรูปปั้นองค์ใหญ่มาก เป็นชายในเครื่องทรง ถามไถ่ว่าเป็นใคร ไม่ได้คำตอบแจ่มแจ้ง เป็นเพราะภาษาจีนไม่แข็งแรง หากได้รับคำอธิบายว่าเป็น "อ๊วง" - เทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จึงคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ ชาวจีนจากอินโดจีนไม่บูชาไฉ่ซิ่งเอี๊ยหรืออีกนัยหนึ่งเทพแห่งโชคลาภ หากไหว้เทพกวนอูแทน วัดจีนสองแห่งน่าจะเป็นโรงเจมากกว่า เพราะจัดอาหารเจให้ผู้มากราบไหว้ในเทศกาลต่างๆ ผู้ที่มีศรัทธาลึกซึ้งจะมา
กันทุกวัน วันละ ๒ ครั้ง เพราะมีการสวดมนต์ร่วมกัน บางครั้งมีพระจีนมานำสวดมนต์ด้วย ทำให้คิดถึงชมรมชาวพุทธไทย-จีนที่เคยคุ้น พุทธศาสนิกชนมาสวดมนต์และสังสรรค์กัน เมื่อได้เวลารับประทานอาหาร เจ้าหน้าที่จัดอาหารเจให้ ตั้งโต๊ะกินกันสนุกสนาน ต้องใช้เพลงตะเกียบให้แคล่วคล่อง มิฉะนั้นจะเสียเปรียบ และที่ชมรมนี้เองที่ผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่งดูลายมือให้ และบอกให้สวด โอม มณี ปัท เม โฮม (โอม มณี บาบีฮง)๓ จบก่อนนอน ไม่เข้าใจว่าให้สวดทำไม หากก็ทำตามอย่างเคร่งครัด และอาจเป็นเพราะบทสวดมนต์สั้นๆนี้เองที่ทำให้ผูกพันกับพระแม่กวนอิมในเวลา ต่อมา

วัดแขกในเขต ๑๘ (18 eme arrondissement) ของกรุงปารีสจะฉลองพระพิฆเนศประจำปี แปลกที่ไม่มีการกล่าวถึงพระศิวะหรือพระแม่อุมา

เพื่อนสาวเชื้อจีนคนหนึ่งอาเจียนและไม่สบายทุกครั้งที่รับประทานเนื้อเข้าไป จนแม่ต้องพาไปไหว้พระแม่กวนอิมที่วัดเล่งเน่ยยี่ ผู้รู้บอกว่าเธอมีความผูกพันกับพระแม่มากเป็นพิเศษ ผูกพันในลักษณะใดไม่ทราบแน่ชัด อาจเคยเป็นผู้รับใช้ท่านในอดีตชาติหรือมีส่วนหนึ่งของพระแม่ในร่างของเธอ

ผู้ใหญ่ในบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งย่าและแม่ไม่ได้ใฝ่ "เข้าวัด" เพียงแต่จุดธูปบูชาพระพุทธรูปในบ้าน และไหว้เจ้าช่วงเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลครึ่งปีหรือสารทจีน ไหว้ตี่จู๋เอี๊ย เหล่าเอี๊ย บรรพบุรุษ และฮอเฮียตี๋-วิญญาณที่เร่ร่อน ถึงกระนั้นก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระแม่กวนอิมซึ่งมีหลายภาค ภาคหนึ่งคือพระแม่พันมือ กิตติศัพท์คือเป็นภาคที่ดุร้ายเพราะเป็นปางปราบมาร หากเมื่อได้ไปสัมผัสเองแล้วพบว่าทรงเปี่ยมด้วยเมตตา ประทานพรให้แก่ผู้ที่สมควรจะได้ เมื่อแม่ทราบว่าลูกสาวไปไหว้พระแม่พันมือ แม่อึ้งไปนิดหน่อยพลางพูดเสียงเอื่อยๆว่าแม่ไม่ค่อยชอบพระแม่พันมือเพราะ ท่าน "ดุ" ทว่ายามที่ลูกรู้สึกติดขัด แม่จะบอกให้ลูกไปไหว้พระแม่พันมือ

ในวัยเด็กคุ้นกับการสวดมนต์ ไหนจะต้องสวดมนต์ตอนเช้า อรหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา...พอถึงบ่ายวันศุกร์ ต้องสวดชุดใหญ่ในห้องประชุม อิติปิโส ภะคะวา...สวดขึ้นใจจนไม่ต้องกางบทสวดมนต์ เมื่อพ้นวัยเรียนในโรงเรียน เริ่มห่างเหินจากการสวดมนต์ นิสิตมหาวิทยาลัยไม่ต้องสวดมนต์ อาจมีเพียงครั้งเดียวในวันไหว้ครู อรหัง สัมมา...ตามด้วยปาเจรา...และไหว้ครูเพียงครั้งเดียวเมื่อเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๑

ชีวิตห่างเหินจากการสวดมนต์ ไกลพระ ไกลวัด อาจเป็นเพราะเอือมกับภาพภิกษุสงฆ์ซื้อล็อตเตอรี่หรือยืนจีบแม่ค้า ใจรับไม่ได้ กายเลยยากที่จะประนมไหว้ เป็นเช่นนั้นอยู่หลายสิบปี เคยใส่บาตร หากภิกษุบางรูปรับบาตรอย่างเสียไม่ได้ โยนสิ่งของที่ฆราวาสถวายต่อหน้าต่อตา หรือเทบาตรให้แม่ค้านำกลับมาขายอีก ดังนั้น จึงพอใจที่จะบริจาคเงินให้แก่สภากาชาดไทยหรือมูลนิธิต่างๆมากกว่า

ด้วยนึกว่าเป็นการทำบุญเหมือนกัน หากเป็นความเข้าใจผิดทั้งเพ เพราะนั่นคือการทำทาน การทำบุญต้องทำต่อพระสงฆ์ กล่าวคือการใส่บาตรหรือการทำสังฆทาน นับแต่นั้นจะใส่บาตรสัปดาห์ละ ๑ ครั้งเป็นอย่างน้อย ๓ รูป ๕ รูป ๙ รูป หรือมากกว่านั้น

การเริ่มหันมาใส่บาตรมาจากการไปกราบไหว้บูชาพระแม่กวนอิมที่ตำหนักเตาปูน ได้รับการบ่มเพาะจิตใจ ให้ตั้งจิตว่าจะมาทำบุญใส่บาตร ทำบุญให้ผ้าเหลืองเพื่อที่พุทธศาสนาจะได้สืบทอดต่อไป ให้มองข้ามการแสดงออกที่ไม่งามของภิกษุสงฆ์ ด้วยเหตุนี้ ยามไปใส่บาตร สมาธิมุ่งที่การหยิบข้าวและอาหารใส่ลงในบาตร ทำจิตให้นิ่งอยู่ที่นั่น ซึ่งทำได้ดีในระดับหนึ่ง ยกเว้นครั้งหนึ่งที่ภิกษุรูปหนึ่งโยนร่มที่เพิ่งถวายไปทิ้งโครมลงในรถ ปิคอั้พที่มารอพาไปรับบาตรที่อื่น

เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งมาจากครอบครัวมหาเศรษฐี เคยรำพึงกับหนุ่มน้อยว่าเมื่อไรจะมีเงินอย่างนี้ หนุ่มน้อยตอบว่า พี่ต้องทำบุญเยอะๆ นึกในใจว่าทำบุญแล้วรวยได้ด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้น ทุกคนคงมุ่งทำบุญอย่างเดียว ไม่ต้องทำมาหากินกัน แล้วคนจนจะทำอย่างไร เงินเลี้ยงชีพยังแทบไม่พอ ไม่มีเงินทำบุญหรือหากมีก็จำนวนน้อยเต็มที แล้วจะมีโอกาสรวยหรือมีชีวิตที่ดีขึ้นไหมเนี่ย

การทำบุญต้องทำด้วยใจ จึงจะได้รับผลบุญแม้เงินที่ทำบุญจะน้อยนิด หากต้องถือเป็นก้อนใหญ่สำหรับคนยากจน ผลบุญจึงไม่น้อยกว่าผู้มีอันจะกินที่ทุ่มเงินทำบุญ นอกจากนั้นการทำบุญควรทำตามอัตภาพ มิใช่ไปกู้หนี้ยืมสินมา ทำบุญแล้วต้องไม่เบียดเบียนตนเองและคนรอบข้าง ตระหนักในภายหลังว่า การทำบุญเป็นการสั่งสมบารมี ผลบุญอาจได้รับในชาตินี้หรือในชาติหน้าก็ได้

3.

การสวดมนต์ การทำบุญ การใส่บาตร เป็นหลักสำคัญของตำหนักพระแม่กวนอิมที่เตาปูน ก่อนอื่นต้องสวดมนต์ถวายพระแม่ ยิ่งสวดมากจบเท่าไร ยิ่งดีกับตนเอง การสวดมนต์เป็นการทำสมาธิทางหนึ่ง รู้สึกว่าความร้อนรุ่มในใจบรรเทาลง เกิดสติและปัญญา สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้ลุล่วงไปได้ เมื่อจิตผ่องแล้ว ใบหน้าจะผ่องใสด้วย เกิดบารมี อะไรที่เคยยากกลายเป็นง่ายหมด อันที่จริง ไม่ได้ละเว้นการสวดมนต์เลยทีเดียว เพราะก่อนนอนยังต้องกราบหมอน สวดนโม ตัสสะ ๓ จบ ตามด้วยอรหัง สัมมา...เมื่อคาถาชินบัญชรเป็นกระแส จึงสวดด้วย สวดอยู่หลายปี ทว่าไม่เคยจำได้หมด ทุกครั้งจึงต้องกางโพย เมื่อได้รับบทสวดสรรเสริญพระแม่กวนอิม ตามด้วยบทมหากรุณาธารณีสูตร ความยาวไม่แพ้คาถาชินบัญชร ที่น่าแปลกก็คือสามารถจำบทสวดได้หมดภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ขณะกำลังสวดนั้น บทสวดมนต์แต่ละบรรทัดลอยมาให้เห็น ตัวหนังสือแต่ละตัวเด่นชัด ให้อัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง จึงปรารภกับเพื่อนผู้ใฝ่ธรรมะ ได้รับคำอธิบายว่า บทสวดของใครก็ของคนนั้น คาถาชินบัญชรอาจไม่ใช่บทสวดของตน จึงไม่สามารถจดจำได้ ความผูกพันในอดีตชาติกับพระแม่กวนอิมอาจทำให้ "รื้อฟื้น" ได้โดยไม่ยาก ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะตนเองเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อแม่มีทุกข์หนัก ผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่งที่ชมรมพุทธไทย-จีนย่านพลับพลาไชยแนะนำให้แม่สวด มนต์ พร้อมกับมอบบทสวดมนต์ภาษาจีนมาให้หลายเล่ม แม่สวดมนต์เช้า-เย็นทุกวัน มาทราบภายหลังว่าแม่สวดสรรเสริญพระแม่กวนอิม จึงตระหนักว่าแม่ผูกพันกับพระแม่กวนอิมเสมอมา

การทำบุญคือการให้ การเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ กล่องรับบริจาคที่ตั้งตามสถานที่ต่างๆเพื่อนำไปช่วยผู้ยากไร้หรือผู้ป่วยมิ ควรมองข้าม มักพูดกันว่าทำบุญเยอะๆเพื่อที่ชาติหน้าจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น หากใช่เท่านั้น เพราะการทำบุญก็สามารถทำให้ชาติปัจจุบันดีขึ้นได้ด้วย คนทุกคนมีกรรมติดตัวมา อาจเป็นกรรมในชาติปางก่อนหรือกรรมในชาตินี้ และจำต้องรับผลกรรมนั้นๆ ถึงกระนั้นก็สามารถ "ชะลอ" กรรมออกไปได้ด้วยการทำบุญ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก นิพนธ์ว่า "อำนาจของกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีอำนาจใดทำลายล้างได้ แม้อำนาจของกรรมดีก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมชั่ว และอำนาจของกรรมชั่วก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมดี อย่างมากที่สุดที่มีอยู่คือ อำนาจของกรรมดีแม้ให้มาก ให้สม่ำเสมอในภพภูมินี้ ก็อาจทำให้อำนาจของกรรมชั่วที่ได้ทำมาแล้วตามมาถึงได้ยาก ดังมีเครื่องขวางกั้นไว้"

มนุษย์จึงจำต้องสั่งสมบุญ ยิ่งทำบุญมากเท่าใด วิบากกรรมยิ่งถอยห่าง ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าวิบากกรรมนั้นๆจะหมดสิ้นไป ในทางตรงข้ามจะยังคงอยู่ เมื่อใดที่อวิชชาครอบคลุม เลิกสั่งสมบุญบารมี เมื่อนั้นกรรมจะตามทัน

การทำบุญที่ให้ผลเร็วคือการใส่บาตร ด้วยว่าเจ้ากรรมนายเวรที่อุทิศให้จะได้รับทันที ดังนั้น จึงควรกรวดน้ำให้พลันที่การตักบาตรสิ้นสุดลง หนุ่มหนึ่งไม่เชื่อเรื่องการกรวดน้ำหลังการใส่บาตร มิไยที่มีผู้ใหญ่เตือน ครั้งหนึ่งหนุ่มนั้นไปใส่บาตรเช่นเคย เมื่อกลับมาบ้าน จึงนอนต่อ แปลกที่ฝันว่าชายคนหนึ่งมาหาพร้อมบอกชื่อสกุล และเสริมว่า ผมมารับบุญที่คุณใส่เมื่อเช้านี้ หนุ่มผู้ใส่บาตรตกใจตื่น และนับแต่นั้นไม่รีรอที่จะกรวดน้ำทุกครั้ง

ภิกษุสงฆ์สอนให้แผ่เมตตาทุกครั้งที่มีการทำบุญทางศาสนา บทแผ่เมตตากว้างขวางมาก อยากจะเชื่อว่าเมื่อครั้งพุทธกาล ภิกษุสงฆ์ได้รับการสอนให้สวดแผ่เมตตา ในฐานะนักบวช ท่านย่อมทำได้ หากปัจเจกบุคคลน่าจะทำบุญเพื่อตนเองก่อนอื่น หรือเพื่อบุคคลอันเป็นที่รักทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่หรือล่วงลับไปแล้ว หรือแม้แต่ผู้เป็นศัตรู ก็อาจบรรเทาความเคียดขึ้งที่มีต่อกัน

การปล่อยปลาเป็นการให้ชีวิต มักไปซื้อปลาดุกที่ตลาดและนำไปปล่อยในบึงใหญ่ในหมู่บ้านข้างเคียง หรือในแม่น้ำลำคลอง หลายคนบอกว่าปล่อยปลาชนิดใด ห้ามกินปลาชนิดนั้น หากคำสอนใหม่คือเพราะเรากินปลาชนิดนั้น เราจึงให้ชีวิตเขาด้วย ครั้งหนึ่งพาหลานชายไปซื้อลูกปลาดุกและปลานิลไปปล่อยแม่น้ำเจ้าพระยาใน บริเวณท่าเรือคลองเตย หลานชายท้วงว่ามองไม่เห็นประโยชน์เพราะเป็นปลาที่เพาะเลี้ยงเพื่อการนี้ น่าจะซื้อปลาตัวโตที่ผู้คนซื้อไปกินดีกว่า คำทักท้วงของหลานมีเหตุผล นับแต่นั้นซื้อแต่ปลาตัวโต

เคยนึกดูถูกคนสมัยโบราณที่ช่างบูชาธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เพิ่งตระหนักว่าสรรพสิ่งมีจิตวิญญาณ ต้นมะม่วงในบ้านแผ่กิ่งก้านเกินต้องการจนเกี่ยวกับสายไฟริมถนนหน้าบ้าน จึงจ้างคนมาตัด ตัดจนแทบจะไร้ใบ แปลกแต่จริง มีเหตุให้คนในบ้านล้มป่วยกะทันหันทุกครั้ง การตัดไม้ใหญ่ทำให้รุกขเทวดาเดือดร้อน มะม่วงอีกต้นหนึ่งปลวกกิน จึงตัดทิ้งจนเหลือแต่ตอ ในบ้านมีแต่ร้อนรุ่มป่วยไข้ ดังนั้น ก่อนที่จะทำอะไรกับต้นไม้ใหญ่ เช่น ตัดทิ้งขุดรากถอนโคน จำเป็นต้องจุดธูปขอขมาหรือตั้งครื่องเซ่นไหว้รุกขเทวดา โดยเชิญผู้รู้มาทำพิธี ด้วยเหตุนี้จึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมช่างรับเหมาซ่อมบ้านจึงไม่ยอมโค่นต้นมะยม ให้ ฟังดูงมงาย ทว่าไม่โดนกับตนเอง จะไม่รู้สึก

เจ้าที่ของคนจีนคือตี่จู๋เอี๊ย บ้านสีแดงหลังเล็กที่ตั้งกับพื้นในบ้าน หันออกหน้าบ้าน เมื่อถึงตรุษจีนและสารทจีน จะเซ่นไหว้ด้วยหมูเห็ดเป็ดไก่ที่เรียกว่า ซาแซ ประกอบด้วยของไหว้สามอย่าง มีเป็ด และไก่เป็นหลัก อย่างที่สามอาจเป็นหมูหรือปลาหมึกแห้งตัวใหญ่หรือปลานึ่ง บ้านที่อาศัยอยู่นั้นสร้างบนที่ดินซึ่งเจ้าของดั้งเดิมเป็นชาวอิสลาม เมื่อแรกไปอยู่นั้น จะไม่ใช้หมูเป็นเครื่องไหว้ หากนานวันเข้า ความเคยชินทำให้หันกลับมาใช้หมูโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บไข้ได้ป่วยมาเยือนสมาชิกในบ้านอยู่เนืองๆ จนวันหนึ่งนึกขึ้นได้ว่าเจ้าที่น่าจะเป็นอิสลาม และเผอเรอไหว้ด้วยหมู นับแต่นั้น ไม่ยอมเผลอไผลอีก

พระแม่กวนอิมป็นพระโพธิสัตว์ที่จุติลงมาเพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ของสตรีเพศ เป็นหลัก ผู้กราบไหว้บูชาพระแม่กวนอิมจึงเป็นผู้หญิงเสียส่วนใหญ่

ผู้มาสักการบูชาพระแม่พันมือที่ตำหนักเตาปูนเป็นพุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสาย จีนและชาวไทยแท้ หากก็มีชาวไทยเชื้อสายอินเดียเช่นกัน เป็นผู้นับถือศาสนาฮินดู แต่มากราบไหว้พระแม่กวนอิมด้วย ให้นึกฉงนในใจ ทว่าพลันก็คิดถึงเมื่อครั้งไปไหว้พระแม่อุมาที่วัดแขก สีลม ถวายดอกไม้แล้ว บัณฑิตคืนดอกไม้มาให้ ได้รับการบอกกล่าวว่าให้นำดอกไม้นั้นไปบูชาพระที่บ้าน งงๆไม่วายว่าไหว้พระแม่อุมาแล้ว ไยนำไปไหว้พระได้ หากดูเหมือนว่าทุกคนจะปฏิบัติตามนั้น ชาวไทยจำนวนไม่น้อยไปไหว้ขอพรที่วัดแขก ศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดูในปัจจุบันกำเนิดบนแผ่นดินอินเดีย น่าจะมีรากเดียวกัน แต่แตกต่างตามกิ่งก้านที่ขยายออกไป ชาวอินเดียฮินดูจึงเคยคุ้นกับพุทธศาสนา เฉกเช่นเดียวกับที่ชาวพุทธคุ้นเคยกับเทพฮินดู ดังนั้น เมื่อได้รับการชักชวนให้ไปอินเดีย เป็นการทัวร์เทพแขก ลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจร่วมเดินทางไปด้วย

เพื่อนสาวไทยเชื้อสายอินเดียเป็นซิกข์โดยกำเนิด หากเมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียน ต้องสวดมนต์ จึงกลายเป็นชาวพุทธไปโดยปริยาย และยังนับถือเทพในศาสนาฮินดูด้วย เพื่อนผู้นี้เป็นผู้นำทัวร์ไหว้เทพฮินดูให้เฉพาะญาติมิตรใกล้ชิดเท่านั้น หลายๆปีจึงจะไปสักครั้งหนึ่ง บริษัททัวร์หลายแห่งเสนองานให้เธอด้วยเงินเดือนก้อนโต แต่เธอปฏิเสธ เมื่อถามไถ่ เธอจึงบอกว่าอินเดียเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่กล้านำทัวร์แสวงบุญให้คนทั่วไปเพราะเกรงเจ้ากรรมนายเวรของคนเหล่านั้น มารังควานเธอ

อินเดียไม่เคยอยู่ในสายตา เสียงร่ำลือจากญาติมิตรว่าสกปรกและต้องระมัดระวังเรื่องอาหารและน้ำดื่ม แถมขอทานเยอะด้วย ฟังแล้วสยอง มิไยเพื่อนฝูงจะชักชวน แต่ไม่ยอมคล้อยตาม หากในครั้งนี้ จุดประสงค์สำคัญอยู่ที่การทำบุญ จึงไม่ข้องขัด

อินเดีย เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ในเอเชียใต้ ถือเป็นทวีปย่อยๆได้ทีเดียว หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวล้าหลังอยู่หลายปี ปัจจุบัน อินเดียเป็นประเทศเกิดใหม่ทางเศรษฐกิจ - Emerging Country ที่กำลังจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจตามติดประเทศจีน เคยอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ ซึ่งย้ายเมืองหลวงมายังกรุงนิวเดลี ยุคหนึ่งอารยธรรมอินเดียเป็นหนึ่งเดียวกับอารยธรรมยุโรป ก็อารยธรรมอินโด-อารยันนั่นไง ในยุโรป มีพระพุทธรูปหน้าตาแบบกรีกและพระพุทธเจ้าทรงเครื่องแต่งกายกรีก

4.

อินเดียรุ่มรวยด้วยปรัชญา เป็นแหล่งกำเนิดศาสนาสำคัญๆ ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาหลักของชาวอินเดีย มีมาตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ปีก่อนพุทธกาล แล้วจึงพัฒนามาเป็นศาสนาฮินดู แต่เดิมนั้นศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาของชาวอารยันหรืออีกนัยหนึ่งชาวอินโด-ยูโร เปียน อันได้แก่ พวกแขกขาวอย่างกรีก เปอร์เซีย และอิหร่าน ชาวอารยันอยู่ในใจกลางทวีปเอเชีย ส่วนหนึ่งอพยพไปทางตะวันตกและเป็นรากเหง้าของอารยธรรมกรีกและโรมัน อีกส่วนหนึ่งเดินทางไปยังตะวันออก เมื่อเกิดความขัดแย้งทางศาสนาจนเกิดรบพุ่งกัน ชาวอารยันกลุ่มหนึ่งอพยพไปทางใต้และเป็นบรรพบุรุษของชาวอิหร่าน อีกกลุ่มหนึ่งไปยังลุ่มแม่น้ำสินธุ อันเป็นดินแดนของพวกดราวิเดียน และผสมกันกลายเป็นชาวฮินดูในปัจจุบัน

ชาวอารยันบูชาและบวงสรวงเทพเจ้า โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธี ช่วงนี้เองที่มีการแบ่งชนชั้นออกเป็นวรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์ และวรรณะแพศย์ ส่วนชนพื้นเมืองเป็นผู้ใช้แรงงานคือวรรณะศูทร เป็นยุคพระเวท มหากาพย์อันยิ่งใหญ่อย่างมหาภารตะและรามายณะกำเนิดในยุคนี้

หลังสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชราว ๒๐๐ ปี ศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าและเกิดการบูชาเทพสูงสุด และแล้วศาสนาพราหมณ์เริ่มเสื่อม ชาวฮินดูเบื่อการเรียกร้องของพวกพราหมณ์ จึงหันไปนับถือศาสนาพุทธและศาสนาชิน พราหมณ์จึงทำการสังคายนาศาสนาของตน จัดหมวดหมู่เทพใหม่ในคัมภีร์ปุราณะ กล่าวถึงการกำเนิดโลกและสรรพสิ่งทั้งปวง เป็นคัมภีร์ที่ให้ความรู้ด้านศาสนา ปรัชญาและประวัติศาสตร์ของพวกฮินดูแต่โบราณกาล และคัมภีร์ปุราณะนี่เองที่ก่อให้เกิดลัทธิศักติขึ้น ซึ่งเป็นลัทธิที่บูชาเทพสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระแม่กาลี

เดินทางสู่กรุงนิวเดลีด้วยสายการบินเจ็ทแอร์เวย์ เพียงขึ้นเครื่องก็สัมผัสบรรยากาศอินเดียเสียแล้ว ด้วยว่าเต็มไปด้วยชาวอินเดีย ส่งเสียงล้งเล้งลั่นเครื่องบิน แอร์โฮสเตสส์และสจ๊วตทำงานหนักน่าสงสาร เสิร์ฟเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย ยังไม่ทันคล้อยหลัง กดแสงเรียกแล้ว เพราะต้องการเครื่องดื่มอีก พนักงานจึงไม่ได้เสิร์ฟผู้โดยสาร อื่นๆเสียที เมื่อถึงอาหาร มีให้เลือกทั้งอาหารไทยและอินเดีย อาหารแขกยังมีให้เลือกระหว่างอาหารมังสวิรัติและไม่มังสวิรัติ พนักงานจึงต้องวุ่นกับการหาถาดอาหารตามต้องการ บางคนขอหลายถาดก็มี

ขณะกำลังนั่งเพลิน สะดุ้งเมื่อเก้าอี้มีแรงกระเทือน หนุ่มอินเดียที่นั่งข้างหลังคุย "มัน" มาก มือไม้ไม่อยู่เป็นที่ ตบด้านหลังเก้าอี้ข้างหน้า ทนได้พักหนึ่ง จึงหันไปดุว่าเลิกตบที่นั่งคนอื่นซะที ได้ผลจริงๆ ชมภาพยนตร์ไปสองเรื่อง ตามด้วยการ์ตูนก่อนที่เครื่องบินจะร่อนลงสนามบินกรุงนิวเดลี อากาศปลายเดือนกุมภาพันธ์กำลังสบาย รับกระเป๋าแล้วเข็นออกไปยังรถที่มารับ "ผู้ประสงค์ดี" กุลีกุจอยกกระเป๋าจากรถเข็นวางบนบาทวิถี พร้อมกับขอทิป แถมควักเงินดอลลาร์ออกมาให้ดู ว่าช่วยทิปแบบนี้หน่อย จึงบอกว่าช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถก่อนแล้วค่อยมารับทิป หากคณะผู้ประสงค์ดีถอยห่าง

เส้นทางจากสนามบินสู่โรงแรม Pooja Palace ในย่าน Karol Bagh เต็มไปด้วยรถ แม้จะเป็นยามดึกก็ตาม มีการก่อสร้างถนนลอยฟ้า ซึ่ง ช.การช่างเป็นผู้ชนะการประมูล โรงแรมไม่หรูเริด ชาวคณะกรอกตามองกัน และเข้าใจซึ่งกันและกัน หากไม่มีใครปริปาก ก็จะมาทำบุญกัน ไม่ได้มาเที่ยวหาความสำราญ อีกประการหนึ่ง ค่าทัวร์ไม่แพง จะเรียกหาความสุขสบายชั้นเลิศก็กระไรอยู่ สู้นำเงินส่วนเกินนั้นมาทำบุญมิดีกว่าหรือ

โรงแรมเป็นผู้จัดอาหารเช้าวันรุ่งขึ้น เป็นบะหมี่ผัด ผัดหอมใหญ่ และมะเขือเทศในน้ำเหนียวๆไว้สำหรับราด นอกจากนั้นยังมีข้าวต้ม ขนมปังปิ้งทาเนยและแยม และที่ขาดไม่ได้คือไข่ต้ม ชาวคณะต่างหอบของกินจากเมืองไทยตามอัธยาศัย ชาวคณะผู้หนึ่งมีของกินถึงสามหีบใหญ่ อาหารทุกมื้อจึงมีของไทยแนม เช้านั้นมีทั้งหมูแผ่น หมูหยอง หมูเส้น หอยลายอบแห้ง ปลาตัวเล็กอบแห้ง ซอสภูเขาทอง และเนยถั่วผสมช็อกโกเลต สังเกตว่าชาวอินเดียดื่มชามากกว่ากาแฟ ก็อินเดียเป็นแหล่งผลิตชาเลื่องชื่อนี่นะ ชาดาร์จีลิงนั่นไง เครื่องดื่มในตอนเช้าจึงเป็นชาแขกใส่นม หอมละมุนทีเดียว ถึงกระนั้นคอกาแฟยังเรียกหากาแฟตบท้าย ชาวคณะนำกาแฟขวดไปด้วย จึงอิ่มอร่อยครบเครื่อง

ยืนคอยรถมารับไปวิหารพระแม่กาลีในกรุงเดลีนั่นเอง หญิงอินเดียอุ้มเด็กเล็กเร่เข้ามาขอเงิน ชาวคณะคนหนึ่งให้ไป หากก็ยังไม่พอใจ ยืนตื๊อขอเงินชาวคณะคนอื่นๆ มิไยจะโดนดุที่ไม่รู้จักพอ สักครู่หนึ่งสาวอินเดียหลากวัยอุ้มเด็กมาห้อมล้อมชาวคณะ ราวกับมีญาณพิเศษก็ไม่ปาน "หมูสยาม" มาถึงที่แล้ว กระทบไหล่เดินเคียงกันมิให้หนีหายไปไหน แม้เมื่อขึ้นรถแล้ว ยังตามมาตบรถขอเงิน ความรำคาญเริ่มเพาะขึ้นในใจ เสียงเตือนว่าอย่าแจกเงินจนร่อยหรอเพราะที่พระแม่คงคายังมีอีกมากมายนัก นึกไม่ออกว่าจะมากกว่านี้ไปได้อย่างไร

นอกจากขอทานที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงแล้ว กรุงนิวเดลียังมีขยะในทุกตารางนิ้ว สกปรกจริงๆ

อดสงสัยไม่ได้ว่าในอดีตกรุงเทพฯเคย สกปรกดั่งนี้หรือไม่ กินกล้วย ทิ้งเปลือกกล้วย กินไอศครีม ทิ้งถ้วยพลาสติก ถนนหนทางเป็นถังขยะอย่างดี มองไปทางไหนก็ไม่งามตา "ความประทับใจ" อีกประการหนึ่งจนอยากทึ้งหัวตัวเอง คือวิธีการขับรถ ท้ายรถคันหน้าเขียนไว้ว่า Please Horn เออหนอ อยู่ดีๆ เชื้อเชิญคนอื่นให้บีบแตรไล่ ท้ายรถประจำทางและรถตุ๊กตุ๊กจะเขียนประโยคเดียวกันนี้ จึงเข้าใจว่าการบีบแตรเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เป็นความเข้าใจไม่ผิด เพราะพลันที่รถวิ่งไปจ่อท้ายรถคันหน้า คนขับรถจะกดแตรเร่ง หรือเป็นการบอกกล่าวว่าฉันมาแล้วนะ และฉันกำลังจะไปนะ วิธีไปก็คือการบีบแตรดังๆติดต่อกัน แล้วเสยหัวรถออกไปอีกเลน เฉียดจมูกรถคันหลังแบบเฉียดฉิว คันหลังมีหน้าที่ต้องเบรก และหากคันที่วิ่งคู่ขนานกันมาไม่ยอมให้แซง จะกดแตรตอบโต้ รถเก๋งวิ่งตามรถบรรทุก บีบแตรไล่หรือขอทางมิอาจทราบได้ ทราบแต่ว่ารถโค้ชที่ตีเสมอกันมาอีกเลนต้องเบนหลบข้างทาง ให้รถเก๋งวิ่งเสียดไป รถจากเกาะกลางถนนจะตรงไปยังถนนเล็กอีกด้านหนึ่ง ไม่สนใจทางเอกทางโท รถทางตรงวิ่งมาอยู่ดีๆ รถข้างทางวิ่งตัดหน้าไปอย่างช้าๆ รถทางตรงมีหน้าที่เบรก แล้วรอให้รถจักรยานและรถยนต์ผ่านไปให้หมด แล้วจึงค่อยเคลื่อนตัว ผู้โดยสารไทยทนไม่ได้ที่รถคันหลังบีบแตรไล่ จึงหันไปปรายตามอง อดไม่ได้จริงๆ ขับรถไม่มีวัฒนธรรม เอ หรือเป็นวัฒนธรรมของเขาที่จะบีบแตร ที่น่าทึ่งที่สุดคือตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ในอินเดีย ไม่ปะอุบัติเหตุรถยนต์ในท้องถนนเลย ถ้อยทีถ้อยบีบแตรกัน และไม่มีการตะโกนด่ากัน

ย่านสวยงามของกรุงเดลีอยู่ที่ย่านอันเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการและสถานทูต ทั้งหลาย ส่วนบ้านเมืองไม่งามตา ส่วนใหญ่แล้วสองข้างถนนเป็นตึกแถวเตี้ยๆ เหมือนสร้างไม่เสร็จเสียที อิฐมอญที่วางซ้อนๆกันไม่ได้ฉาบปูนอีกชั้นหนึ่ง หลังคาตัดตรง ทำเป็นดาดฟ้าบ้าง อาคารบางแห่งเจาะช่องประตูหน้าต่างไว้ แต่ไม่มีบานประตูหรือบานหน้าต่าง หลังคาบางครั้งใช้แผ่นสังกะสีวางไว้ นำอิฐหรือหินหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักมาวางทับอีกทีหนึ่ง หาความสุนทรีย์ไม่พบ ผู้ด้อยโอกาสนอนตามข้างทาง สีเครื่องแต่งกายและผ้าห่มกลมกลืนกับสีถนนซึ่งเต็มไปด้วยขยะ ใช้ผ้าใบเป็นฝาบ้าน รวมทั้งหลังคาด้วย หรือใช้ผ้าห่มทำเต็นท์เตี้ยๆ เป็นทัศนียภาพที่ไม่อาจมองข้าม ทุกครั้งที่เดินทางด้วยรถ จะเห็นคนปัสสาวะข้างทาง แม้แต่บนถนนใหญ่

วิหารพระแม่กาลีตั้งอยู่ในถิ่นที่ไม่จอแจนัก พระแม่กาลีที่วิหารนี้เป็นหินสีดำ ลิ้นสีแดง มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้าง หากท่านมาเองราวกับปาฏิหาริย์ และเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ เพราะจู่ๆหินสีดำทั้งก้อนนั้น มีรูปพระแม่กาลีผุดนูนขึ้นมา เป็นปรากฏการณ์แห่งเดียวในอินเดีย เมื่อ "แม่" ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะถวายเครื่องสักการะที่เตรียมมาจากเมืองไทยแล้ว ต่างก็เข้าไปกราบที่บาทอันเย็นเยียบ แล้วจึงขึ้นบันไดแคบๆด้านหลังไปยังข้างบน ลักษณะคล้ายถ้ำ เพดานต่ำมาก เพื่อไปไหว้รูปปั้นพระแม่กาลี หลังจากนั้นเวียนไปกราบเทพองค์อื่นๆ พ่อหนุมานองค์ใหญ่ยืนขึงขัง กราบที่เท้าพบว่ามีอะไรเปียกๆติดมือมา เป็นแป้งสีส้มผสมน้ำสำหรับเจิมหน้าผากนั่นเอง หลังจากนั้นไปบูชาพระศิวะ บัณฑิตเปิดประตูให้คณะชาวไทยไปกราบถึงองค์ "แม่" ถวายเครื่องสักการะพระศิวะ หลังจากนั้นสรงน้ำศิวลึงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ "แม่" มาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งมอบเงินให้บูรณะวิหารก้อนใหญ่ หากดูเหมือนว่าวิหารขาดการดูแล ทรุดโทรมจนอดสงสัยไม่ได้ว่ารัฐไม่มีงบประมาณในการบูรณะเทวสถานทั้งหลายหรือ อย่างไร ถ้าเป็นเช่นนั้น เอกชนไม่มีจิตศรัทธาในการบริจาคเงินบูรณะสถานที่กระนั้นหรือ ในครั้งนี้ "แม่" และชาวคณะมอบเงินให้อีกจำนวนไม่น้อยแก่ผู้ดูแลวิหาร อดข้องใจไม่ได้ว่าจะเกิด "วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง" หรือไม่ "แม่" ได้แต่หวังว่าเงินส่วนหนึ่งจะถึงวัด และการที่ "แม่" เดินทางมาบ่อยๆเป็นการบังคับในทีว่าจะต้องมีความคืบหน้าในการบูรณะ นอกจากนั้นยังมอบเงินแก่บัณฑิตหรืออีกนัยหนึ่งพราหมณ์ประจำวิหารในฐานะที่ เป็นผู้จรรโลงกิจทางศาสนา ชาวคณะช่วยกันแจกพระแม่พันมือและยาหม่อง "พันมือ" แก่ผู้เข้ามาในวิหาร แปลกที่วิหารที่ดูราวกับร้างตอนไปถึง กลับคึกคักด้วยผู้คน เมื่อกลับลงมายังลานวัด ชาวพื้นเมืองมายืนกันเต็มเพื่อขอพระและยา เวียนเทียนกันเข้ามาจนจำหน้าได้ ผู้ดูแลวิหารเชิญชาวคณะไปดื่มชากับขนม แล้วจึงเดินทางกลับ แวะรับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารใหญ่แห่งหนึ่ง หากอาหารไม่ถูกปากชาวไทย


---------------- อ่านเรื่องเทพเจ้าเพิ่มเติม ----------------
หน้าแรก-องค์เทพ (สยามคเณศ)
ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู เทพเจ้าอินเดีย
พระพรหม ท้าวมหาพรหม พระพรหมเอราวัณ ศาลพระพรหม
, พระวิษณุ พระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงครุฑ
นารายณ์ทรงสุบรรณ คาถาบูชาพระนารายณ์สิบปาง

, พระศิวะ พระอิศวร , พระราม รามเกียรติ์ รามายณะ ,
พระกฤษณะ ภควัทคีตา มหาภารตะ ,
ครุฑ พระยาครุฑ พญาครุฑ
วิธีไหว้พญาครุท ตำนานพญาครุท บทบูชาพญาครุท
,
พญานาค พระยานาค วิธีบูชาพญานาค การไหว้พญานาค

พระแม่อุมาเทวี เจ้าแม่อุมาเทวี , พระแม่กาลี เจ้าแม่กาลี ,
พระแม่ทุรคา เจ้าแม่ทุรกา , พระตรีมูรติ การบูชาพระตรีมูรติ
พระแม่ลักษมี เจ้าแม่รัศมี พระนางลักษมี พระลักษมี ,
พระแม่สรัสวตี พระสรัสวดี พระแม่สุรัสวตี พระสุรัสวดี ,
พระขันทกุมาร การบูชาพระขันธกุมาร ,
หนุมาน พระหนุมาน องค์หนุมาน การไหว้หนุมาน ,
พระอินทร์ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

ท้าวจตุโลกบาล - เทพผู้รักษาประจำทิศ เทพประจำทิศ ,
ท้าวเวสสุวัณ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวกุเวร
พระแม่คงคา แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย
, พระแม่ธรณี , พระแม่โพสพ

-------------- สถานที่ ศาล เทวาลัย เพื่อการกราบไหว้ขอพร --------------
วัดเทพมณเฑียร วัดเทพมณเทียร , เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า
, วัดวิษณุ ยานนาวา , พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ พิพิธภัณฑ์พระพิฆเณศวร์ เชียงใหม่
,
ศาลพระพิฆเนศห้วยขวาง พระพิฆเณศสี่แยกห้วยขวางรัชดาภิเษก , เสาชิงช้า
,
พระพิฆเนศนครนายก พระพิฆเณศที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปางนั่ง-ปูนปั้น)
,
พระพิฆเนศฉะเชิงเทรา พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปางยืน-สำริด)
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี สีลม วัดแขกสีลม นวราตรี งานนวราตรี
เมืองโบราณ สมุทรปราการ , พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ
ช้าง 3 เศียร พิพิธภัณฑ์ช้าง 3 เศียร จังหวัดสมุทรปราการ

โครงการ "พันเทวาลัย ล้านศรัทธา"
รวมสถานที่สักการะเทพเจ้าของพราหมณ์ฮินดูทั่วประเทศไทย

ศาลพระพิฆเณศวร์ เทวาลัยพระศิวะ วัดแขก โบสถ์พราหมณ์ เทวสถาน | เทวาลัยพระวิษณุ ศาลพระพรหม วัดแขก พระแม่อุมาเทวี

----------------- เทศกาล งานสำคัญต่างๆ -----------------
- "คเณศจตุรถี" งานแห่พระพิฆเณศวร์ วันคเณศจตุรถี วันประสูติพระพิฆเนศวร์
- "นวราตรี" งานวัดแขก งานแห่พระแม่อุมาเทวี ร่างทรงพระแม่อุมา งานนวราตรี
- "มหาศิวราตรี" เทศกาลมหาศิวาราตรี วันบูชาพระศิวะในงานมหาศิวะราตรี
- "ดีปาวลี" ดีวาลี่ ทีปาวาลี เทศกาลดีปาวาลี งานบูชาพระแม่ลักษมีในงานดีปาวรี
- "พระราชพิธีตรียัมปวาย" งานตรียัมปวาย งานประจำปี เทวสถานโบสถ์พราหมณ์
- โบสถ์พราหมณ์ การเดินทางไปโบสถ์พราหม์ แผนที่โบสถ์พราห์ม
, พระราชพิธีแรกนาขวัญ งานแรกนาขวัญ

[ การบูชาเทพเจ้า ]
- รวมบทสวดมนต์บูชาพระพิฆเนศวร
คาถาบูชาพระพิฆเณศวร์ การไหว้องค์เทพ บูชาเทพ วิธีบูชาองค์เทพ


- ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการบูชาเทพ การไหว้เทพฮินดู
- เครื่องหมายโอม...สัญลักษณ์โอม และวิธีการสวดบูชา | - เครื่องหมายสวัสดิกะ...สัญลักษณ์สวัสติกะแห่งพระพิฆเนศ

[ เรื่องร่างทรง ]
เรื่องร่างทรง 1 - เตือนใจเรื่องร่างทรง มารสังคมที่ต้องระวัง (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 2 - คนมีองค์ กับ ร่างทรง ต่างกันอย่างไร ? (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 3 - ร่างทรงกำลังทรงเจ้า หรือกำลังโดนผีสิง ? (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 4 - การรับขันธ์ อันตรายถึงชีวิต! (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 5 - ตอบคำถามร่างทรง (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ การทรงเจ้า องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 6 - ถอนขันธ์ ลาขันธ์ (การรับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ คนทรงเจ้าองค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 7 - รวมข่าวร่างทรงถูกจับ (การรับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ คนทรงเจ้า องค์เทพ)

[ พระศิวะมหาเทพ ]
1. ตำนานพระศิวะ | 2. รูปลักษณ์ แห่งพระศิวะ วิธีบูชาพระศิวะมหาเทพ  |  3. เมล็ดรุทรักษะ เมล็ดน้ำตาพระศิวะ
4. โคนนทิ พาหนะแห่งพระศิวะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์  |  5. ศิวะนาฏราช พระศิวะร่ายรำ ปางของพระศิวะ
6. ศิวลึงก์ สัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ การบูชาศิวลึงค์  |  7. คาถา บทสวดมนต์ การบูชาพระศิวะ

[ พระประจำวันเกิด , นวนพเคราะห์ ]
พระประจำวันเกิด พระประจำวันอาทิตย์ พระประจำคนเกิดวันอาทิตย์ พระสุริยะเทพ (พระอาทิตย์)
พระประจำวันเกิด พระประจำวันจันทร์ พระประจำคนเกิดวันจันทร์ พระจันทร์ 
พระประจำวันเกิด พระประจำวันอังคาร พระประจำคนเกิดวันอังคาร พระอังคาร ,
พระประจำวันเกิด พระประจำวันพุธ พระประจำคนเกิดวันพุธกลางวัน พระพุธ
พระราหู การไหว้พระราหู วิธีบูชาพระราหู คาถาบูชาพระราหู พระประจำวันเกิด พระประจำคนเกิดวันพุธกลางคืน
พระประจำวันเกิด พระประจำวันพฤหัสบดี พระประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี พระพฤหัสบดี
พระประจำวันเกิด พระประจำวันศุกร์ พระศุกร์  , พระประจำวันเสาร์ พระประจำวันเกิด พระเสาร์ , พระเกตุ

รวมโองการเชิญเทพ / บทไหว้ครู / กลอนไหว้ครูของไทย
สำหรับผู้ศรัทธาในเทพทุกระดับชั้น เพื่อการบวงสรวงบูชาเทพในพิธีอันเป็นสิริมงคลต่างๆ
โองการเชิญเทพ - พระราชนิพนธ์ ขอพรพระคเณศ
โองการเชิญเทพ - พระราชนิพนธ์ บทเสมาสามัคคีเสวก
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 1
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 2
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 3
นมัสการเทพ (สามัคคีประเภทคำฉันท์)
เชิญเทพ - กรมพระยาเดชาดิศรฯ 1
เชิญเทพ - กรมพระยาเดชาดิศรฯ 2
เชิญเทพ - ร.6 (เสื้อเมือง หลักเมือง)
เชิญเทพ - รัชกาลที่ 6 (ทวยเทพ)
โองการเชิญเทพ - บวงสรวงท้าวโลกบาล
บทอัญเชิญเทพประจำเมือง











วิธีการบูชาเจ้าแม่กาลี พระแม่กาลี การไหว้พระแม่การี
จำหน่ายหนังสือบูชาองค์เทพ คู่มือบูชาเทพ
หนังสือบูชาพระพิฆเณศวร์ หนังสือธรรมะศาสนาพุทธ ธรรมะในศาสนาฮินดู
ความรู้เรื่องการบูชาองค์เทพของอินเดีย หนังสือศาสนาพราหมณ์


สั่งพิมพ์หนังสือสวดมนต์ พิมพ์หนังสือธรรมะ
สั่งพิมพ์หนังสือองค์เทพ เพื่อแจกจ่าย ทำบุญด้วยหนังสือสวดมนต์













ตำนานองค์เทพ วิธีบูชา แนวทางการปฏิบัติ พิธีกรรมบูชา คำสอนต่างๆ
รวมรูปภาพองค์เทพ รูปองค์เทพต่างๆ
แหล่งสักการะ ศาลพระพรหม เทวาลัย ศาลพระพิฆเนศต่างๆ
งานบุญ การทำบุญ กิจกรรมการกุศลต่างๆ
ตำนานพระเกจิ ประวัติหลวงพ่อต่างๆ
รวมข้อมูลวัดไทย การเดินทางไปวัด การท่องเที่ยว ไหว้พระ 9 วัด แผนที่วัด

ข่าวงานบุญ การทำบุญ พระราชพิธีต่างๆ / บทความ ศาสนาพราหมณ์ งานวิจัย โบราณคดี เทววิทยา /
รูปภาพพระพิฆเณศวร์ พระคเณศวร องค์พระพิฆเณศ / รูปภาพพระศิวะ พระอิศวร /
รูปพระแม่อุมาเทวี พระแม่กาลีเทวี พระแม่ทุรกา พระแม่ทุรคาเทวี /
รูปภาพพระแม่ลักษมีเทวี พระลักษมี / รูปพระวิษณุ พระนารายณ์
รูปภาพในศาสนาพราหมณ์ พิธีกรรมของศาสนาฮินดู ชาวอินเดีย ชาวฮินดู พราหมณ์ /
ความรู้เรื่องเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ การประกอบพิธีกรรมวิธีบูชาองค์เทพ / ความรู้เรื่ององค์เทพ การบูชาเทพ


ติดต่อสยามคเณศได้ที่ siamganesh@gmail.com
ขออำนาจแห่งพระพิฆเนศวรโปรดดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายล้วนประสบแต่ความสำเร็จในทุกๆประการด้วยเทอญ
สงวนลิขสิทธิ์ SiamGanesh.com, All Rights Reserved.