พระพิฆเณศ
รูปพระพิฆเนศ

"อินเดียใต้ สี่รัฐปลายคาบสมุทร"


ขอขอบพระคุณ : หนังสือ INDIA ความเร้นลับของปฐพีชมพูทวีป
โดย : ทีมงานต่วย'ตูน / หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

ในระยะก่อนจะถึงสมัยของพุทธศาสนานั้น แม้อาณาจักรและแคว้นต่างๆ ทั้งใหญ่น้อยในอินเดียตอนเหนือจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่บุคคลรุ่นหลังก็ยังรู้ความเป็นมานั้นๆได้ตลอด ไม่จากตำนานก็จากพระคัมภีร์ต่างๆ หรือแม้แต่จากพุทธประวัติ

ซึ่งในขณะเดียวกัน ดินแดนทางใต้ที่ยื่นล้ำเป็นรูปสามเหลี่ยมใหญ่โตไปในคาบสมุทรอินเดียนั้น ที่เต็มไปด้วยอาณาจักรน้อยใหญ่กลับไม่มีประวัติความเป็นมาและเป็นไปให้รู้กันแน่ชัด ว่าปวงชนที่ไปตั้งหลักแหล่งอยู่ ณ ดินแดนที่เรียกว่าอินเดียตอนใต้ในปัจจุบัน ตั้งแต่ครั้งโบราณเป็นผู้ที่อพยพมาจากทางใดและนำเอาอารยธรรมมาสู่ดินแดนนี้จากที่ใด

นักโบราณคดีได้แต่สันนิษฐานว่า พวกอารยันบางพวกที่อพยพมาพร้อมๆกันกับพวกที่เข้ารุกรานอินเดียตอนเหนือนั่นเอง ได้แยกทางและอพยพลงมาสู่ทางตอนใต้ จนในที่สุดก็ข้าม ภูเขาวินธัย (Vindhya) แล้วเดินทางข้าม แม่น้ำนาร์บาดา (Narbada) และเทือกเขาสัตปุระเข้ามาสู่ ที่ราบสูงเดคคาน (Deccan plateau) ที่อยู่บริเวณต้น แม่น้ำโคธาวารี (Codavari) และ แม่น้ำกฤษณา (Krishna) ปะปนกับพลเมืองดั้งเดิมของพื้นที่ โดยยึดเอาการบูชาเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพเป็นหลัก

ต่อมานักเดินเรือชาวฟินิเซี่ยนและอาหรับที่กล้าเดินเรือมาค้าขายกับดินแดนชมพูทวีปตอนล่าง ก็ได้นำเอาวัฒนธรรมที่มีรูปแบบแปลกใหม่มาปะปนกับอารยธรรมดั้งเดิม เกิดเป็นอารยธรรมอย่างใหม่ดังที่ได้เห็นกันอยู่แม้ในปัจจุบัน ผิดแผกแตกต่างไปจากชนในดินแดนตอนเหนือ อินเดียตอนใต้นี้ในภายหลังแม้พระเจ้าอโศกมหาราชผู้เกรียงไกร ก็ไม่อาจยกทัพมากวาดล้างได้ถึงดังที่กล่าวมาแล้ว

ในครั้งกระโน้น กลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำคงคาในดินแดนตอนเหนือได้อาศัยการเอ่อท้นของน้ำในฤดูใบไม้ผลิเป็นประโยชน์ในการกสิกรรม แต่ในที่ราบสูงเดคคานอันกว้างใหญ่ของอินเดียตอนใต้ กลุ่มชนกลับได้อาศัยลมมรสุมพัดพาเอาฝนเข้ามาสู่ที่ราบ ทำให้ดินอันแข็งดุจหินกลับกลายเป็นโคลนเหลวเหมาะแก่การเพาะปลูก ทำให้เกิดมีเทศกาลของตนเองขึ้นเพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเพาะปลูกของปี เป็นดังนี้มากว่า 2 พันปีแล้วครับ

ครั้นต่อมา เมื่อ สกุลจันทวงศ์ ในอินเดียตอนเหนือเกิดความวุ่นวายแยกกันเป็นสกุล ยาทพ และ โปรพ โดยกษัตริย์ยาทพปกครองดินแดนเล็กๆอยู่ที่ริมแม่น้ำยมนา

แต่เชื้อสาย โปรพ นั้น เกิดแตกแยกเป็น 2 ราชวงศ์ คือราชวงศ์ ปาณฑพ ปกครอง หัสดินปุระ กับพวก โกรพ ปกครอง นครอินทรปรัสก อยู่ที่ริมแม่น้ำยมนา ทั้งสองวงศ์นี้เกิดแย่งชิงความเป็นใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดการรบพุ่งกันเองที่เรียกว่า มหภารตยุทธ (Mahabharata) ซึ่งมีผู้เอามาแต่งเป็นกาพย์หรือ Epic ชั้นเยี่ยมเรื่องหนึ่งของโลกนั่นเอง ราชวงศ์ปาณฑพได้รุกรบลงมายังภาคใต้ และสถาปนาตนเป็นใหญ่ขึ้นเป็นราชวงศ์แรก หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนราชวงศ์เป็นราชวงศ์ โจฬะ และ จีระ แต่ก็ครองอำนาจอยู่ไม่นาน ในที่สุดก็มีการเปลี่ยนราชวงศ์เป็นราชวงศ์ ปัลลวะ ตั้งแต่ตอนต้นพุทธกาลราชวงศ์นี้เป็นใหญ่อยู่ในอินเดีย ต่อมาอีกหลายร้อยปีครอบครองดินแดนทางภาคใต้ของอินเดีย ซึ่งในปัจจุบันคือ รัฐอันตระประเทศ (Andhrapradesh) การนานตกะ (Karnataka) หรือ รัฐไมซอร์ (Mysore) ในปัจจุบัน รัฐเคราลา (Kerala) ตอนบนและส่วนเหนือของ รัฐมัทราส (Madas) หรือ ทมิฬนาดู (Tamilnadu) และตอนใต้ของ แคว้นมหาราชตรา ในปัจจุบัน

แต่มิใช่ว่าราชวงศ์ ปัลลวะ จะครองอำนาจได้ตลอดดินแดนทางภาคใต้ของอินเดียเลยนะครับ ในบางยุคก็กลับมีแคว้นเล็กๆ บางแคว้นแข็งเมืองขึ้นมาได้เหมือนกัน หรือแม้แต่ตอนปลายสุดของคาบสมุทรอินเดีย คือ รัฐทมิฬนาดู และ รัฐเคราลา ก็ไม่ได้ตกอยู่ในอำนาจของราชวงศ์ปัลลวะ ซึ่งตั้งราชธานีอยู่ที่ เมืองมัลวาร์ (Malvar) หรือปัลลวะอยู่ตลอดเวลา

ถึงกระนั้นกษัตริย์บางพระองค์ของราชวงศ์นี้ก็ยังทรงอานุภาพมากในราวศตวรรษที่ 6 ถึงศตวรรษที่ 7 กษัตริย์ซึ่งทรงพระนามว่า นรสิงห์-วารมันกานจี (ค.ศ.630-668) สามารถปราบปราม แคว้นจาลุกย์ ลงได้เมื่อราว ค.ศ.640 ทำให้อาณาจักรปัลลวะมีอำนาจสูงมาก

ทั้งหมดนี้ ทำให้เราทราบว่าในอินเดียตอนใต้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ถึง 6 มีแคว้นเล็กแคว้นน้อยอยู่มากมาย ทำให้นักโบราณคดีต้องคลำประวัติของอาณาจักรในอินเดียตอนใต้กันให้วุ่น เพราะบางทีก็มีโบราณสถานมาโผล่ให้เห็นโดยไม่รู้ว่าใครมาสร้างไว้ อย่างเช่นหมู่โบราณสถานที่เรียกว่า มามัลละปุรัม และ มหาบาลีปุรัม อันอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นเมืองท่าของอาณาจักรปัลลวะทางฝั่งทะเลตะวันออกใกล้ๆ เมืองไมโรโปเร (Myropore) ซึ่งได้กลายเป็นที่หลบซ่อนของ กษัตริย์ราชสิงหะนรสิงห์วรมานันที่ 2 (ค.ศ.700-728) อันเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรปัลลวะ หลังจากอาณาจักรล่มสลายลง เพราะ อาณาจักรโจระ และ จาลุกย์ ร่วมมือกันต่อสู้และทำลายอาณาจักร ปัลลวะ ลง จนกษัตริย์ราชสิงหะต้องหลบมาอยู่ไกลถึงคนละฟากฝั่งของคาบสมุทรอินเดีย และมาสลักหมู่เทวสถานขนาดเล็กสำหรับบูชาพระเจ้าคือพระวิษณุไว้มากมายที่ริมทะเล ต่อมาได้ปรากฎว่ามีผู้ตามมาสลักคำสาปแช่งซ้ำไว้อีก หมู่โบราณสถานเหล่านี้นี่เองที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลกในรูปแบบการสลักหิน สิ่งสลักเก่าแก่ที่สุดมีอายุราวศตวรรษที่ 3 คงเป็นเพราะอยู่ไกลและพ่ายแพ้ต่อการสู้รบหมู่เทวสถานจึงมีขนาดเล็กดังปรากฎอยู่ให้เห็นครับ

และที่ตราตรึงบรรดานักสำรวจทั้งหลาย บริเวณดินแดนแห่งอินเดียตอนใต้ ถึงขนาดสำรวจแล้วได้พิมพ์เรื่องราวของอาณาจักรที่สำรวจพบขึ้นเป็นหนังสือเล่มใหญ่ทีเดียว คือเรื่องราวของ อาณาจักรวิจายะนคร (Vijayanagara) ซึ่งนักโบราณคดีอินเดียเองได้ลงมือสำรวจเมื่อ ค.ศ.1970 หลังจากที่ฝรั่งแอบไปทำการสำรวจจนเกลี้ยงเมืองแล้ว แต่บังเอิญมีศิลาสลักจมดินอยู่จึงพอจะทราบความเป็นมาของอาณาจักรอันใหญ่โตซึ่งมีสิ่งก่อสร้างที่งามแปลกตาซุกซ่อนอยู่ในป่าใกล้ เมืองฮอสเปต (Hospet) ใน รัฐไมซอร์

บริเวณดินแดนที่มีชื่อในปัจจุบันนี้เรียกว่า หมู่บ้านฮามไป (Hampi) ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ซึ่งต่อมาได้เจริญจนสร้างเป็นเมืองขึ้นในศตวรรษที่ 8 โดยวิธีตามตำรา คือสร้างโบสถ์บูชาเทพเจ้าขึ้นก่อน ที่ริม แม่น้ำตันกภัทรา (Tungabhadra) เพื่อบูชาเทพเจ้าที่ชาวพื้นที่เดิมนับถือมากที่สุด คือ พระเทวีปัมปา (Pampa) ซึ่งเป็นมเหสีของ เทพเจ้าวิรุฬปักษ์ โลกบาลประจำทิศตะวันตกซึ่งอำนวยน้ำฝนให้พืชพันธุ์ธัญญาหารต่อพวกเขา

ต่อจากนั้น บริเวณนี้ก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ มีกษัตริย์ปกครอง สร้างโบราณสถานที่ใหญ่โตงดงามและกำแพงเมืองขึ้นโดยรอบบริเวณนี้เจริญขึ้นจนถึงขีดสูงสุด มีเมืองขึ้นอยู่ในอาณาจักรถึงกว่า 30 เมืองและเจริญมาโดยสม่ำเสมอ แม้กาลเวลาจะล่วงไปจนถึงศตวรรษที่ 15 ในสมัย กษัตริย์กฤษณเทพ (Krishnadeva) ค.ศ.1509-1529

เคยมีชาวยุโรปดั้นด้นเข้าไปดูแล้วกลับออกมาเล่าว่า เป็นนครที่งามสง่า ร่ำรวย แต่งกายด้วยอัญมณีมีค่า เทวสถานและพระราชวังล้วนประดับประดาด้วยทอง มีศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงามแปลกตา ข่าวนี้ทำเอาผู้ที่ได้รับฟังหูผึ่งแต่ไม่สามารถจะดั้นด้นฝ่าป่าเข้าไปได้ จนในที่สุดในศตวรรษที่ 20 นี้เอง มีผู้ดั้นด้นเข้าไปจนถึงวิชัยนครจนได้ครับ ทว่าไม่มีวิชัยนครอันเต็มไปด้วยผู้คนที่ร่ำรวยหรือปราสาทราชฐานอันมียอดหุ้มด้วยทองคำเหลืออยู่เลย ทั่วทั้งเมืองมีแต่ซากปรักหักพัง เหลือแต่สิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยหินรูปร่างแปลกแต่งดงาม ไม่มีแม้แต่เกล็ดของทองสักชิ้น!! เกิดอะไรขึ้นกับเมืองแห่งความร่ำรวยเช่นนี้หรือ?

เรื่องราวของ วิชัยนคร นี้กลายเป็นเรื่องที่ดังที่สุดในอินเดียตอนใต้ มีการยกขบวนนักโบราณคดีเข้าไปขุดสำรวจอยู่หลายครั้งหลายครา พร้อมกับศึกษาจารึกทั้งหลายของนครที่มีผู้นำไปจากเมือง ในที่สุดก็รู้ว่าความลึกลับของเหตุการณ์ที่เกิดแก่นครนี้เป็นอย่างไร..

เหตุมาจากความร่ำรวยของอาณาจักรวิจายะนัคราหรือวิชัยนครนี่เอง ทำให้อาณาจักรมุสลิมทั้งหลายที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงเดคคานอิจฉาอยากได้มาไว้ในครอบครอง เกิดการรบพุ่งกันอยู่เสมอจนถึงสมัย กษัตริย์อชยุตาเทพ (Achyutadeva) ขึ้นครองราชย์ อาณาจักรมุสลิม ที่อยู่ทางเหนือก็รวมกำลังกันเข้าได้ถึง 5 อาณาจักร ก็ยกเข้าตีวิชัยนครเมื่อ คศ.1564

หลังจากต่อสู้กันอยู่ถึง 5 เดือน ในต้นปี ค.ศ.1565 ทัพของวิชัยนครก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ กองทัพมุสลิมที่กำลังฮึกเหิมรุกตามมาถึงกำแพงกรุงวิชัยนครและด้วยอำนาจของดินปืน กำแพงนครอันแข็งแกร่งมากกว่า 800 ปีก็พังพินาศลง

แสงไฟที่ลุกโชติช่วง ควันไฟที่ลอยค้าง เสียงโห่ฮึก และเสียงร้องเซ็งแซ่ของชาววิชัยนครยามที่เมืองแตกดังขรมไปทั่ว ทัพมุสลิมเข้าไปในเมืองทำลายสถานที่ เก็บทรัพย์ ฆ่าฟันและจับเชลย ทิ้งวิชัยนครให้เหลือแต่ซากหักพัง ปราศจากผู้คน กลายเป็นเมืองร้างอยู่กลางป่า จนในที่สุดชื่อและเรื่องราวของวิชัยนครก็หายสาบสูญไปจากประวัติอินเดียตอนใต้ถึงเกือบ 500 ปี

ส่วนกษัตริย์อชยุตาเทพและชาวเมืองส่วนหนึ่งนั้นหนีไปได้ เดินทางไปตั้งอาณาจักรเล็กๆอยู่ ณ ปลายสุดของคาบสมุทร และสิ้นสุดวงศ์ลงในราวศตวรรษที่ 18

ส่วนพวกปัลลวะอันเป็นชาติดั้งเดิมชาติหนึ่งในอินเดียใต้นั้น หลังจากถูก อาณาจักรจาลุกย์ (Chalukyas) ปราบปรามลงได้ในศตวรรษที่ 7 แล้ว ราชวงศ์ปัลลวะก็เสื่อมลงเหลือแต่อำนาจขนาดเจ้าเมืองเท่านั้น ปกครองอาณาจักรมาจนถึงศตวรรษที่ 13 โดยเสื่อมความเจริญลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นแค่เมืองที่มีขุนนางธรรมดาปกครองเท่านั้น ในที่สุดพวกปัลลวะนี้ก็สูญหายไป

ส่วนอาณาจักรจาลุกย์นั้นก็ครองความเป็นใหญ่อยู่เหนือทุ่งราบเดคคานจาก ค.ศ.753 จนถึง ค.ศ.973 โดยมี เมืองมัลเกตุ (Malkhed) ซึ่งในปัจจุบันนี้คือ เมืองกัลบารกา (Gulbarga) เป็นเมืองหลวง ยังมีซากของเมืองโบราณสถาน โบสถ์ สระน้ำ ปรากฎให้เห็นอยู่ ณ เมืองดังกล่าวที่ห่างไปทางตะวันตกของ เมืองไฮเดอราบัด ราว 160 กม.ครับ เรามาชมเมืองหลวงขออาณาจักรจาลุกย์ของฮินดูโบราณแห่งสุดท้ายดูบ้างดีกว่าครับ..

เมืองมัลเกตุของอาณาจักรจาลุกย์นั้น ตั้งอยู่กลางประเทศอินเดียพอดี อยู่ทางตอนเหนือของรัฐอันตระประเทศ ดังนั้นอาณาจักรนี้จึงสามารถแผ่อำนาจไปได้ทั้งภาคเหนือและใต้ของอินเดีย สิ่งก่อสร้างของอาณาจักรนี้เป็นแบบลูกผสม นัครา และ ดราวิท หรือ ทราวิท (Nagara & Dravida) ชื่อของเมืองอันเป็นประดุจเมืองหลวงในครั้งนั้นคือ บาดามี (Badami)

เนื่องจากอาณาจักรนี้เป็นทางผ่านของการแพร่ขยายอำนาจทั้งของอาณาจักรทางตอนเหนือและใต้ อาณาจักรนี้ซึ่งบางทีก็เรียกว่า อาณาจักร การนาตกะ (Karnataka) เป็นอาณาจักรที่เข้มแข็งยิ่ง โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่บาดามีอยู่ราว 200 กว่าปี อาจเป็นเพราะชาวจาลุกย์ต้องผจญกับการศึกษาสงครามอยู่เป็นประจำ จึงนิยมแกะสลักสถานที่สำคัญๆเป็นถ้ำเข้าไปในหินที่ต้องก่อต้องสร้าง ก็ตัดเอาหินมาสร้างอย่างแข็งแรง โดยเฉพาะตัวนครบาดามีนั้น ขุดทำเป็นถ้ำและป้อมเข้าไปในหมู่ของภูเขาทีเดียว

แม้แต่เทวสถานทั้งหลายก็ขุดเจาะกันเข้าไปในภูเขา ซึ่งนักโบราณคดีกล่าวว่ามีลักษณะงดงามและดีเป็นพิเศษ และว่าการแกะสลักที่ถ้ำการนาตกะและไกลาสนาถาที่เอลโรล่าในมหาราชตระ อาจเอาตัวอย่างไปจากถ้ำบาดามีนี้ นับว่าฝีมือของช่างสลักหินของเมืองจาลุกย์นี้ยอดเยี่ยมมากทีเดียวครับ

ในโบสถ์ของเมืองจาลุกย์ สลักเรื่องราวที่มีอยู่ทั้งใน มหาภารตะ รามายณะ และ ปัญจะตันตระ (Panchatantra) ยิ่งโบสถ์พระศิวะในถ้ำสนาติคงจะได้ทำการสลักขึ้นในระยะที่ราชวงศ์มีอำนาจเต็มเปี่ยมทีเดียวครับ

บรรดาโบสถ์วิหารหินทั้งหลายเหล่านี้ถูกสร้างเข้าในภูเขาทั้งลูก มีทั้งป้อมปราการ และสระเก็บน้ำเพราะใกล้ คุ้งน้ำกากินา (Kagina) ทำให้สามารถมองเห็นภูมิประเทศได้จากกำแพงทั้ง 2 ด้าน กำแพงยังทำระดับกำแพงทางผ่านไปในป้อมก็แสนจะคดเคี้ยว ภายในถ้ำที่มีถึง 3 ถ้ำนี้ มีเสาค้ำที่สลักขึ้นจากเนื้อหินด้วยลวดลายลูกผสมที่สวยงามประหลาด ระเบียงและผนังล้วนสลักภาพนูนสูงเป็นเรื่องราวของเทพเจ้า โดยเฉพาะในถ้ำใหญ่ที่มีรูปสลักพระวิษณุประทับนั่งบนบัลลังค์นาค กรทั้งสี่ถืออาวุธ งดงามที่สุด ส่วนหมู่เทวสถานนั้นก็เรียงรายสลับไปกับอาคาร ปรากฎให้เห็นเด่นบนภูเขาเดียวกับเทวสถานของพระวิษณุเช่นกัน นับว่างดงามแปลกตาด้วยศิลปะที่ไม่เหมือนใคร

แต่อาณาจักรจาลุกย์ก็หาได้ยืนยงคงอยู่ได้ตลอดไปไม่ เมื่อล่วงมาถึงสมัยมุสลิมเรืองอำนาจ อาณาจักรจาลุกย์ก็ต้องถึงแก่กาลล่มสลายลงในที่สุดในราวศตวรรษที่ 10 บรรดาดินแดนของอินเดียภาคใต้ก็ถูกทำลายลงด้วยอานุภาพของราชวงศ์โมกุลร่วมกับอาณาจักรมุสลิมทั้งหลาย

กาลเวลาไม่เคยหยุดคอยอารยธรรมความเจริญ เพราะมันย่อมกลืนเสียซึ่งทุกสิ่งแม้ตัวมันเอง ดังนั้นความรุ่งเรืองที่เคยฉายแสดงในหมู่เขาหมู่ถ้ำ และปรางค์ปราในอินเดียตอนใต้ก็ร่วงโรยลงเหลือแต่ซากของอารยธรรมที่บอกให้รู้ว่า ในครั้งหนึ่งของ "เวลา" นั้น ณ ที่นี้เคยเรืองรองด้วยอำนาจที่อาจเนรมิตให้เพิงผาอันเต็มไปด้วยหินแข็ง กลับกลายเป็นปูชนียสถานและรูปสลักที่เหลืออยู่ให้เห็นดังนี้...








ขอขอบพระคุณ : หนังสือ INDIA ความเร้นลับของปฐพีชมพูทวีป
เขียนโดย : ทีมงานต่วย'ตูน / ราคาเล่มละ 250 บาท
สำนักพิมพ์ : พี.วาทิน พับลิเคชั่น


อินเดีย..ต้นธารแห่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่หลั่งไหลไปสู่ดินแดนต่างๆ ทั่วเอเชีย ร่วมติดตามค้นหารากเหง้าแห่งความเป็นภรตวรรษ ศูนย์กลางการก่อเกิดศาสนา ภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรมหลายหลาก อันนำมาซึ่งวิถีที่แตกต่างของผู้คนนานาเชื้อชาติบนผืนแผ่นดินเดียว
โฆษณาหนังสือฟรี!!! สำหรับสำนักพิมพ์ที่ต้องการโปรโมทหนังสือเกี่ยวกับเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ติดต่อได้ที่ siamganesh@gmail.com

 


---------------- อ่านเรื่องเทพเจ้าเพิ่มเติม ----------------
หน้าแรก-องค์เทพ (สยามคเณศ)
ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู เทพเจ้าอินเดีย
พระพรหม ท้าวมหาพรหม พระพรหมเอราวัณ ศาลพระพรหม
, พระวิษณุ พระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงครุฑ
นารายณ์ทรงสุบรรณ คาถาบูชาพระนารายณ์สิบปาง

, พระศิวะ พระอิศวร , พระราม รามเกียรติ์ รามายณะ ,
พระกฤษณะ ภควัทคีตา มหาภารตะ ,
ครุฑ พระยาครุฑ พญาครุฑ
วิธีไหว้พญาครุท ตำนานพญาครุท บทบูชาพญาครุท
,
พญานาค พระยานาค วิธีบูชาพญานาค การไหว้พญานาค

พระแม่อุมาเทวี เจ้าแม่อุมาเทวี , พระแม่กาลี เจ้าแม่กาลี ,
พระแม่ทุรคา เจ้าแม่ทุรกา , พระตรีมูรติ การบูชาพระตรีมูรติ
พระแม่ลักษมี เจ้าแม่รัศมี พระนางลักษมี พระลักษมี ,
พระแม่สรัสวตี พระสรัสวดี พระแม่สุรัสวตี พระสุรัสวดี ,
พระขันทกุมาร การบูชาพระขันธกุมาร ,
หนุมาน พระหนุมาน องค์หนุมาน การไหว้หนุมาน ,
พระอินทร์ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ

ท้าวจตุโลกบาล - เทพผู้รักษาประจำทิศ เทพประจำทิศ ,
ท้าวเวสสุวัณ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวกุเวร
พระแม่คงคา แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย
, พระแม่ธรณี , พระแม่โพสพ

-------------- สถานที่ ศาล เทวาลัย เพื่อการกราบไหว้ขอพร --------------
วัดเทพมณเฑียร วัดเทพมณเทียร , เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า
, วัดวิษณุ ยานนาวา , พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ พิพิธภัณฑ์พระพิฆเณศวร์ เชียงใหม่
,
ศาลพระพิฆเนศห้วยขวาง พระพิฆเณศสี่แยกห้วยขวางรัชดาภิเษก , เสาชิงช้า
,
พระพิฆเนศนครนายก พระพิฆเณศที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปางนั่ง-ปูนปั้น)
,
พระพิฆเนศฉะเชิงเทรา พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ปางยืน-สำริด)
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี สีลม วัดแขกสีลม นวราตรี งานนวราตรี
เมืองโบราณ สมุทรปราการ , พิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียร ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ
ช้าง 3 เศียร พิพิธภัณฑ์ช้าง 3 เศียร จังหวัดสมุทรปราการ

โครงการ "พันเทวาลัย ล้านศรัทธา"
รวมสถานที่สักการะเทพเจ้าของพราหมณ์ฮินดูทั่วประเทศไทย

ศาลพระพิฆเณศวร์ เทวาลัยพระศิวะ วัดแขก โบสถ์พราหมณ์ เทวสถาน | เทวาลัยพระวิษณุ ศาลพระพรหม วัดแขก พระแม่อุมาเทวี

----------------- เทศกาล งานสำคัญต่างๆ -----------------
- "คเณศจตุรถี" งานแห่พระพิฆเณศวร์ วันคเณศจตุรถี วันประสูติพระพิฆเนศวร์
- "นวราตรี" งานวัดแขก งานแห่พระแม่อุมาเทวี ร่างทรงพระแม่อุมา งานนวราตรี
- "มหาศิวราตรี" เทศกาลมหาศิวาราตรี วันบูชาพระศิวะในงานมหาศิวะราตรี
- "ดีปาวลี" ดีวาลี่ ทีปาวาลี เทศกาลดีปาวาลี งานบูชาพระแม่ลักษมีในงานดีปาวรี
- "พระราชพิธีตรียัมปวาย" งานตรียัมปวาย งานประจำปี เทวสถานโบสถ์พราหมณ์
- โบสถ์พราหมณ์ การเดินทางไปโบสถ์พราหม์ แผนที่โบสถ์พราห์ม
, พระราชพิธีแรกนาขวัญ งานแรกนาขวัญ

[ การบูชาเทพเจ้า ]
- รวมบทสวดมนต์บูชาพระพิฆเนศวร
คาถาบูชาพระพิฆเณศวร์ การไหว้องค์เทพ บูชาเทพ วิธีบูชาองค์เทพ


- ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการบูชาเทพ การไหว้เทพฮินดู
- เครื่องหมายโอม...สัญลักษณ์โอม และวิธีการสวดบูชา | - เครื่องหมายสวัสดิกะ...สัญลักษณ์สวัสติกะแห่งพระพิฆเนศ

[ เรื่องร่างทรง ]
เรื่องร่างทรง 1 - เตือนใจเรื่องร่างทรง มารสังคมที่ต้องระวัง (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 2 - คนมีองค์ กับ ร่างทรง ต่างกันอย่างไร ? (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 3 - ร่างทรงกำลังทรงเจ้า หรือกำลังโดนผีสิง ? (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 4 - การรับขันธ์ อันตรายถึงชีวิต! (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 5 - ตอบคำถามร่างทรง (รับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ การทรงเจ้า องค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 6 - ถอนขันธ์ ลาขันธ์ (การรับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ คนทรงเจ้าองค์เทพ)
เรื่องร่างทรง 7 - รวมข่าวร่างทรงถูกจับ (การรับขันธ์ ร่างทรง ตำหนักทรง มีองค์ คนมีองค์ คนทรงเจ้า องค์เทพ)

[ พระศิวะมหาเทพ ]
1. ตำนานพระศิวะ | 2. รูปลักษณ์ แห่งพระศิวะ วิธีบูชาพระศิวะมหาเทพ  |  3. เมล็ดรุทรักษะ เมล็ดน้ำตาพระศิวะ
4. โคนนทิ พาหนะแห่งพระศิวะ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์  |  5. ศิวะนาฏราช พระศิวะร่ายรำ ปางของพระศิวะ
6. ศิวลึงก์ สัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ การบูชาศิวลึงค์  |  7. คาถา บทสวดมนต์ การบูชาพระศิวะ

[ พระประจำวันเกิด , นวนพเคราะห์ ]
พระประจำวันเกิด พระประจำวันอาทิตย์ พระประจำคนเกิดวันอาทิตย์ พระสุริยะเทพ (พระอาทิตย์)
พระประจำวันเกิด พระประจำวันจันทร์ พระประจำคนเกิดวันจันทร์ พระจันทร์ 
พระประจำวันเกิด พระประจำวันอังคาร พระประจำคนเกิดวันอังคาร พระอังคาร ,
พระประจำวันเกิด พระประจำวันพุธ พระประจำคนเกิดวันพุธกลางวัน พระพุธ
พระราหู การไหว้พระราหู วิธีบูชาพระราหู คาถาบูชาพระราหู พระประจำวันเกิด พระประจำคนเกิดวันพุธกลางคืน
พระประจำวันเกิด พระประจำวันพฤหัสบดี พระประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี พระพฤหัสบดี
พระประจำวันเกิด พระประจำวันศุกร์ พระศุกร์  , พระประจำวันเสาร์ พระประจำวันเกิด พระเสาร์ , พระเกตุ

รวมโองการเชิญเทพ / บทไหว้ครู / กลอนไหว้ครูของไทย
สำหรับผู้ศรัทธาในเทพทุกระดับชั้น เพื่อการบวงสรวงบูชาเทพในพิธีอันเป็นสิริมงคลต่างๆ
โองการเชิญเทพ - พระราชนิพนธ์ ขอพรพระคเณศ
โองการเชิญเทพ - พระราชนิพนธ์ บทเสมาสามัคคีเสวก
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 1
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 2
เชิญเทพ โดย ขุนสารประเสริฐ 3
นมัสการเทพ (สามัคคีประเภทคำฉันท์)
เชิญเทพ - กรมพระยาเดชาดิศรฯ 1
เชิญเทพ - กรมพระยาเดชาดิศรฯ 2
เชิญเทพ - ร.6 (เสื้อเมือง หลักเมือง)
เชิญเทพ - รัชกาลที่ 6 (ทวยเทพ)
โองการเชิญเทพ - บวงสรวงท้าวโลกบาล
บทอัญเชิญเทพประจำเมือง











วิธีการบูชาเจ้าแม่กาลี พระแม่กาลี การไหว้พระแม่การี
จำหน่ายหนังสือบูชาองค์เทพ คู่มือบูชาเทพ
หนังสือบูชาพระพิฆเณศวร์ หนังสือธรรมะศาสนาพุทธ ธรรมะในศาสนาฮินดู
ความรู้เรื่องการบูชาองค์เทพของอินเดีย หนังสือศาสนาพราหมณ์


สั่งพิมพ์หนังสือสวดมนต์ พิมพ์หนังสือธรรมะ
สั่งพิมพ์หนังสือองค์เทพ เพื่อแจกจ่าย ทำบุญด้วยหนังสือสวดมนต์













ตำนานองค์เทพ วิธีบูชา แนวทางการปฏิบัติ พิธีกรรมบูชา คำสอนต่างๆ
รวมรูปภาพองค์เทพ รูปองค์เทพต่างๆ
แหล่งสักการะ ศาลพระพรหม เทวาลัย ศาลพระพิฆเนศต่างๆ
งานบุญ การทำบุญ กิจกรรมการกุศลต่างๆ
ตำนานพระเกจิ ประวัติหลวงพ่อต่างๆ
รวมข้อมูลวัดไทย การเดินทางไปวัด การท่องเที่ยว ไหว้พระ 9 วัด แผนที่วัด

ข่าวงานบุญ การทำบุญ พระราชพิธีต่างๆ / บทความ ศาสนาพราหมณ์ งานวิจัย โบราณคดี เทววิทยา /
รูปภาพพระพิฆเณศวร์ พระคเณศวร องค์พระพิฆเณศ / รูปภาพพระศิวะ พระอิศวร /
รูปพระแม่อุมาเทวี พระแม่กาลีเทวี พระแม่ทุรกา พระแม่ทุรคาเทวี /
รูปภาพพระแม่ลักษมีเทวี พระลักษมี / รูปพระวิษณุ พระนารายณ์
รูปภาพในศาสนาพราหมณ์ พิธีกรรมของศาสนาฮินดู ชาวอินเดีย ชาวฮินดู พราหมณ์ /
ความรู้เรื่องเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ การประกอบพิธีกรรมวิธีบูชาองค์เทพ / ความรู้เรื่ององค์เทพ การบูชาเทพ


ติดต่อสยามคเณศได้ที่ siamganesh@gmail.com
ขออำนาจแห่งพระพิฆเนศวรโปรดดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายล้วนประสบแต่ความสำเร็จในทุกๆประการด้วยเทอญ
สงวนลิขสิทธิ์ SiamGanesh.com, All Rights Reserved.